ทรัพยากรสารสนเทศช่วยให้การทำธุรกิจนั้นดำเนินต่อไป

จากสภาพแวดล้อมธุรกิจปัจจุบันได้เกิดสภาวการณ์ของการแข่งขันในทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น ธุรกิจจึงได้นำข้อมูลและสารสนเทศ มาใช้เป็นอาวุธสำคัญสำหรับการกำหนดกลยุทธ์ทางการแข่งขันหรือการตอบโต้กับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

ระบบสารสนเทศทีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ในส่วนของการช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อช่วยสนับสนุนธุรกิจให้อยู่รอดในอนาคต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคุณค่าของสินค้าและบริการ

การจัดการทรัพยากรฮาร์ดแวร์

เพื่อสามารถบริหารการใช้ทรัพยากรได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอุปกรณ์ด้านหน่วยเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ มีการใช้ระบบงานแบบออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีการวางแผนเพื่อขยายความจุของระบบ ตลอดจนมีการติดตามแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

การจัดการทรัพยากรซอฟต์แวร์

รวมถึงซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์ ตลอดจนซอฟต์แวร์ของระบบสื่อสาร ผู้บริหารจึงต้องตัดสินใจในการจัดหาและใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์ เช่น ควรจะใช้วิธีเช่าซอฟต์แวร์หรือพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นใช้เอง เป็นต้น ปัจจุบัน ผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์แบบออนไลน์ทั้งบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเครือข่ายส่วนตัวที่เรียกว่า เอเอสพี ผลลัพธ์ คือ ระบบสารสนเทศทันสมัยอยู่เสมอ

การจัดการทรัพยากรข้อมูล

ธุรกิจจะจัดเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องอาศัยซอฟต์แวร์ระบบจัดการฐานข้อมูล ในส่วนของการจัดเก็บค้นคืนและควบคุมความบูรณภาพของข้อมูล มีการสร้างรูปแบบของฐานข้อมูลหลายมิติ เพื่อช่วยงานด้านการวิเคราะห์ข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ ร่วมกับซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์ข้อมูลโดยตรงและมักจะนำมาใช้ในด้านงานการตลาด เพื่อใช้เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลในอดีตและปัจจุบันที่มีประโยชน์ อีกทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์เหมืองข้อมูล มาใช้งานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล

การจัดการทรัพยากรระบบสื่อสารและเครือข่าย

ควรคำนึงถึงการเลือกช่องทางการสื่อสารทั้งชนิดใช้สายและไร้สาย รวมทั้งความเร็วในการถ่ายทอดข้อมูล โทโพโลยีของระบบเครือข่าย ขอบเขตการใช้งานของระบบ ปัจจุบันมีผู้ให้บริการะบบเครือข่ายที่เรียกว่า เครือข่ายมูลค่าเพิ่ม โดยบริการให้เช่าเครือข่ายส่วนตัวเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลขององค์การกับองค์การอื่น ซึ่งใช้ระบบการสับเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

การพัฒนาระบบสารสนเทศ เป็นแนวทางหนึ่งของการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศไว้ใช้งานภายในองค์กรธุรกิจ โดยเริ่มต้น ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ จากนั้น จึงทำการคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการดำเนินงานทางธุรกิจ สร้างโอกาสทางธุรกิจและดำรงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ จากนั้น จึงทำการพัฒนาระบบขึ้นมาใช้ภายในองค์การ

แนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประกอบธุรกิจต่าง

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ และยิ่งในยุคของโลกาภิวัฒน์ซึ่งเป็นยุคที่โลกไร้พรมแดน สามารถทำการติดต่อกันได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจ การเมือง รวมไปถึงด้านวัฒนธรรม จึงส่งผลให้เกิดการติดต่อสื่อสารระหว่างกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง การใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันด้วย และนอกจากประโยชน์ในด้านการติดต่อสื่อสารแล้ว เทคโนโลยีสารสนเทศก็ยังมีความสำคัญต่อการทำงานของหน่วยงานหรือบริษัทที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานอีกด้วย เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานแล้วยังช่วยย่นระยะเวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้สั้นลง

ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ก็มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในหน่วยงานขึ้น และมีแนวโน้มที่จะมีการใช้สูงขึ้น การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ใชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจัดเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก สามารถทำงานได้รวดเร็ว และสามารถทำงานได้ตลอดเวลา ถูกต้องและแม่นยำ นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้าไปมีบทบาทในทุกส่วน ในสถานศึกษา ปัจจุบันตามสถานศึกษาต่างๆ ได้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเรียนการสอนอย่างมากมายรวมทั้งใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานบริหารต่างๆด้านวิศวกรรม ซึ่งคอมพิวเตอร์สามารถจะทำงานในด้านวิศวกรรมได้ตั้งแต่การลอกเขียนแบบ รวมถึงการออกแบบโครงสร้างของสถาปัตยกรรมต่างๆ และยังสามารถทำงานในด้านทางวิทยาศาสตร์อย่างเช่น เครื่องมือวิเคราะห์สารเคมี และการทดลองอื่นๆอีกด้วย และยังมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้งานในด้านต่างๆ อีกมากมายอย่างเช่นด้านการเงิน ด้านการตลาดหรือแม้กระทั้งด้านการแพทย์ เพื่อจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญๆได้มากมาย มีความรวดเร็ว และถูกต้อง

นอกจากนี้แล้วองค์กรธุรกิจต่างๆนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานต่างๆ เช่น การติดต่อสื่อสารผ่านทางระบบเครือข่าย สร้างความสะดวก รวดเร็ว ในการทำงานที่ซับซ้อน ทำให้องค์กรสามารถทำงานได้ไวขึ้น และมีระเบียบ อีกทั้งยังช่วยให้การติดต่อกันได้ง่ายขึ้นด้วยโทรคมนาคมที่ทันสมัยทำให้ผู้ติดต่ออยู่กันคนละที่ก็สามารถสื่อสารกันได้ ลดการเผชิญหน้า ทำให้องค์กรมีความน่าเชื่อถือ และยังทำให้บุคลากรมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศมีประโยชน์ต่อหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน เพราะจะช่วยในการจัดกเก็บข้อมูลที่สำคัญต่างๆไว้และสามารถส่งผ่านข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วอีกทั้งยังลดความซับซ้อนในการทำงานอีกด้วย และเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้สามารถเติบโตต่อไปอย่างกว้างขวาง

ประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการประกอบธุรกิจ

การดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้ภาคธุรกิจมีการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในภาคธุรกิจเองจึงต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างรวดเร็วในระยะสั้นและระยะยาว เทคโนโลยีสารสนเทศที่ถูกนำมาใช้ในการประกอบการงานต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจการเงิน การตลาด การดำเนินงาน และในภาคบุคคลที่นำมาใช้ในการดำเนินงานกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันขององค์กร ในด้านการใช้งานให้สอดคล้องกับธุรกิจจะต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และความสามารถ ในการกำหนดแนวทางที่สอดคล้องกัน ระหว่างโครงสร้างองค์กร กลยุทธ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความรู้

ปัจจุบันองค์กรธุรกิจสมัยใหม่นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานต่างๆ เช่น การติดต่อสื่อสารผ่านทางระบบเครือข่าย สร้างความสะดวก รวดเร็ว ในการทำงานที่ซับซ้อน ทำให้องค์กรสามารถทำงานได้ไวขึ้น และมีระเบียบ อีกทั้งยังช่วยให้การติดต่อกันได้ง่ายขึ้นด้วยโทรคมนาคมที่ทันสมัยทำให้ผู้ติดต่ออยู่กันคนละที่ก็สามารถสื่อสารกันได้ ลดการเผชิญหน้า ทำให้องค์กรมีความน่าเชื่อถือ และยังทำให้บุคลากรมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น

เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้สิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลง การดำเนินงานด้านธุรกิจก็มีความสลับซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย นับว่ามีความสำคัญต่อระบบธุรกิจมีส่วนช่วยในการจัดเก็บข้อมูลบริษัท การทำรายงานเสนอผู้บริหาร และยังช่วยท้าทายความสามารถของผู้บริหารที่ต้องทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดเวลา เพราะการทำงานด้านสารสนเทศที่เหนือกว่าจะสามารถสร้างความได้เปรียบคู่แข่งได้

ในปัจจุบันระบบสารสนเทศไม่ได้อยู่แค่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานของระบบให้ครอบคลุมการใช้งานของลูกค้า ผู้ขายวัตถุดิบ และพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะทำให้ระบบสารสนเทศมีประสิทธิภาพ เช่น การสำรองที่นั่งบนเครื่องบิน การติดต่อซื้อขายสินค้า การแลกเปลี่ยนข้อมูล เป็นต้น ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ให้เป็นประโยชน์ และตอบสนองความต้องการของทุกฝ่าย ในด้านความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และช่วยลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน

เทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจได้รับความนิยมไปยังภาครัฐและเอกชน ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลและแสดงผล การส่งผ่านข้อมูล เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้บริหารด้วย เพื่อรักษาโอกาสทางธุรกิจในการแข่งขัน ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องในกระแสเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ

ทรัพยากรสารสนเทศที่มีลักษณะความสำคัญแตกต่างกันออกไป

7

สารสนเทศคือความรู้ความคิดที่รับรู้ได้ นั่นก็คือสารสนเทศเป็นเนื้อหาสาระที่รับรู้ได้แต่ไร้ตัวตน จับต้องไม่ได้ สารสนเทศแท้ ๆ คือเนื้อหาสาระที่อยู่ในความรับรู้หรือในห้วงความคิดคำนึงซึ่งจะสูญสลายไปเมื่อใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถที่จะจำหรือระลึกได้ซึ่งก็มักจะลืมเลือนหายไปในเวลาอันรวดเร็ว มนุษยชาติจึงคิดประดิษฐ์ขีดเป็นเส้นเป็นตัวอักษรหรือวาดเป็นภาพ เพื่อเป็นสัญลักษณ์บันทึกสารสนเทศที่ตนเองมีอยู่นั้นไว้ในวัตถุหลากหลายชนิด เช่นการวาดภาพต่าง ๆ ไว้บนผนังถ้ำที่ผาแต้ม อุบลราชธานีหรือหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่สุโขทัย ต่อมาจึงมีการใช้วัตถุตามธรรมชาติหลากหลายชนิดเพื่อบันทึกสารสนเทศ เช่นดินเหนียว อิฐเผา แผ่นไม้ ใบลาน แผ่นหนังสัตว์  ผ้า ฯลฯ จนกระทั่งมีการคิดประดิษฐ์กระดาษขึ้นใช้บันทึกสารสนเทศในที่สุด วัสดุหลักที่ใช้บันทึกสารสนเทศในปัจจุบันคือกระดาษชนิดต่าง ๆ แต่นอกจากกระดาษก็ยังมีการคิดประดิษฐ์วัตถุอื่น ๆ เพื่อบันทึกสารสนเทศ เช่นฟิล์ม พลาสติก จนมาถึงยุคออนไลน์ในปัจจุบันที่บันทึกสารสนเทศไว้ในระบบคอมพิวเตอร์และการสื่อสารทางไกล รวมเรียกว่า“ทรัพยากรสารสนเทศ”

ทรัพยากรไม่ตีพิมพ์เป็นทรัพยากรสารสนเทศที่มีลักษณะสำคัญแตกต่างจากทรัพยากรตีพิมพ์โดยสิ้นเชิง กล่าวคือ มีรูปลักษณะหลากหลายทำจากเนื้อวัตถุสังเคราะห์อันได้แก่พลาสติกชนิดต่าง ๆ บันทึกสารสนเทศเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆทั้งตัวอักษร เส้น สี แสง เป็นได้ทั้งภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ และอาจมีเสียงเป็นสื่อสารสนเทศด้วย การรับรู้สารสนเทศก็มักจะไม่สามารถทำได้โดยตรงและง่าย ๆ จากทรัพยากรนั้น แต่จะต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์เฉพาะทรัพยากรชนิดนั้น ๆ เพื่อรับรู้สารสนเทศตามต้องการตลอดจนอาจเป็นทรัพยากรสารสนเทศของจริง ของจำลองฐานข้อมูลออนไลน์ เป็นสารสนเทศที่รับรู้ได้ในระยะไกล ตรงตามเวลาจริง กล่าวคือสามารถสืบค้นและเรียกใช้สารสนเทศได้ทั่วโลกโดยทันทีที่เชื่อม กันได้ในระบบคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันระบบที่ใช้กันอยู่จนเป็นชีวิตประจำวันก็คืออินเทอร์เน็ต (Internet) นั่นเอง กราฟิค ได้แก่ภาพ แผนภูมิ แผนที่ ซึ่งมัก จะทำด้วยกระดาษ แต่สื่อสารสนเทศด้วยเส้น สี สัญลักษณ์ต่าง ๆ อาจมีตัวอักษรแต่ก็เป็นเพียงส่วนประกอบของกราฟิคชิ้นนั้น และใช้วิธีอ่านหรือดูโดยตรงที่กราฟิคนั้น ๆ เพื่อรับรู้สารสนเทศสิ่งโปร่งแสง ได้แก่ภาพนิ่ง ภาพเลื่อนและแผ่นใส ซึ่งทำด้วยพลาสติกเป็นฟิล์มม้วนหรือฟิล์มแผ่น และสื่อสารสนเทศด้วยภาพ แสง สี ซึ่งต้องใช้เครื่องฉายเพื่อให้สามารถรับรู้สารสนเทศได้

ความรู้ทางด้านทรัพยากรสารสนเทศเพื่อประกอบธุรกิจต่างๆ

rja017

ทรัพยากรตีพิมพ์เป็นทรัพยากรสารสนเทศที่มีลักษณะสำคัญคือ เป็นแผ่นหรือรูปเล่มที่มักจะทำจากกระดาษ บันทึกสารสนเทศเป็นตัวอักษรเป็นส่วนใหญ่ และอ่านหรือรับรู้สารสนเทศได้โดยตรงและง่าย ๆ จากทรัพยากรนั้น จำแนกได้ดังนี้
หนังสือคือสิ่งพิมพ์เป็นรูปเล่มบันทึกสารสนเทศเป็นเรื่องราวที่ศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือคิดสร้างสรรค์ จนได้เนื้อหาละเอียดกว้างขวางลึกซึ้งต่อเนื่อง อาจแบ่งเนื้อหาเป็นตอน เป็นบท เป็นเล่ม เป็นชุด โดยจะทำขึ้นเมื่อใดก็ได้ตามแต่ความต้องการของผู้จัดทำหนังสือวิชาการได้แก่หนังสือสารคดี ตำรา แบบเรียน วิทยานิพนธ์ เป็นต้น ใช้อ่านเพื่อศึกษาเรียนรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ หนังสือเริงรมย์ ได้แก่ นวนิยาย รวมเรื่องสั้น เป็นต้น ใช้อ่านเพื่อความเพลิดเพลินบันเทิงใจหรือจรรโลงใจเป็นสำคัญ หรืออ่านเพื่อศึกษาเรียนรู้ในบางสาขาวิชาก็ได้ วารสาร คือสิ่งพิมพ์เป็นรูปเล่มที่รวมสารสนเทศของผู้เขียนหลายๆ คนหรือรวมสารสนเทศหลาย ๆ เนื้อหาที่ละเอียดชี้เฉพาะจุดเฉพาะประเด็น แล้วจัดทำขึ้นตามวันเวลาหรือวาระที่กำหนดเป็นประจำ เช่นทุกสัปดาห์ ทุกสองสัปดาห์หรือรายปักษ์ ทุกเดือน ทุกสองเดือน ทุกสามเดือน ทุกสี่เดือน ทุกหกเดือน เป็นต้น

วารสารวิชาการ ได้แก่วารสารที่มีเนื้อหาสาระ เป็นวิชาการด้านต่าง ๆ ใช้อ่านเพื่อศึกษาเรียนรู้ในสาขาวิชานั้น ๆ วารสารเริงรมย์ (Magazine) ได้แก่วารสารที่มีเนื้อหาสาระ เป็นเรื่องเริงรมย์ ใช้อ่านเพื่อความเพลิดเพลินบันเทิงใจหรือเพื่อจรรโลงใจ หรืออ่านเพื่อศึกษา เรียนรู้ในบางสาขาวิชาก็ได้ วารสารเริงรมย์ผสมวิชาการ เป็นวารสารที่มีเนื้อหาสาระผสม คละกันไปทั้งวิชาการและเริงรมย์ โดยอาจมีเนื้อหาวิชาการเป็นสำคัญหรือเป็นหลักเป็นส่วนใหญ่ แล้วมีเรื่องเริงรมย์ประกอบซึ่งมักจะเป็นแง่คิดมุมมองสนุก ๆ อ่านเพลิน ๆ ได้ประโยชน์เพิ่มเติม จากเนื้อหาวิชาการที่มีอยู่แล้วในวารสารเล่มนั้น ในทางกลับกันก็อาจเป็นวารสารที่มีเนื้อหาเริงรมย์เป็นส่วนใหญ่แล้วมีเรื่องวิชาการประกอบ ซึ่งก็มักจะเป็นเกร็ดวิชาการที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน หนังสือพิมพ์ เป็นสิ่งพิมพ์ที่ออกเผยแพร่ทุกวัน แต่ก็อาจมีวาระการออกเผยแพร่ทุกสอง สาม สี่ ห้า หกวัน หรือเป็นรายสัปดาห์ หรือวาระอื่นใด ตามแต่ผู้จัดทำจะกำหนดไว้ ทั้งนี้โดยวัตถุประสงค์หลักก็คือเพื่อเผยแพร่ข่าวความเปลี่ยนแปลง ความเป็นไปในสังคมนั้น ๆ ให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด หนังสือพิมพ์ในปัจจุบัน นอกจากจะเสนอข่าวเป็นสำคัญเป็นหลักหรือเป็นส่วนใหญ่แล้ว ก็ยังมีเนื้อหาคอลัมน์ข่าวเชิงวิจารณ์ เสนอความคิดชี้ชวนโต้แย้งหรือวิธีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนเนื้อหาอื่น ๆ อย่างหลากหลายกว้างขวางทั้งด้านวิชาการและเรื่องเริงรมย์ซึ่งมักจะเป็นเกร็ดเป็นตอนสั้น ๆ