ประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการประกอบธุรกิจ

การดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้ภาคธุรกิจมีการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในภาคธุรกิจเองจึงต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างรวดเร็วในระยะสั้นและระยะยาว เทคโนโลยีสารสนเทศที่ถูกนำมาใช้ในการประกอบการงานต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจการเงิน การตลาด การดำเนินงาน และในภาคบุคคลที่นำมาใช้ในการดำเนินงานกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันขององค์กร ในด้านการใช้งานให้สอดคล้องกับธุรกิจจะต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และความสามารถ ในการกำหนดแนวทางที่สอดคล้องกัน ระหว่างโครงสร้างองค์กร กลยุทธ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความรู้

ปัจจุบันองค์กรธุรกิจสมัยใหม่นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานต่างๆ เช่น การติดต่อสื่อสารผ่านทางระบบเครือข่าย สร้างความสะดวก รวดเร็ว ในการทำงานที่ซับซ้อน ทำให้องค์กรสามารถทำงานได้ไวขึ้น และมีระเบียบ อีกทั้งยังช่วยให้การติดต่อกันได้ง่ายขึ้นด้วยโทรคมนาคมที่ทันสมัยทำให้ผู้ติดต่ออยู่กันคนละที่ก็สามารถสื่อสารกันได้ ลดการเผชิญหน้า ทำให้องค์กรมีความน่าเชื่อถือ และยังทำให้บุคลากรมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น

เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้สิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลง การดำเนินงานด้านธุรกิจก็มีความสลับซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย นับว่ามีความสำคัญต่อระบบธุรกิจมีส่วนช่วยในการจัดเก็บข้อมูลบริษัท การทำรายงานเสนอผู้บริหาร และยังช่วยท้าทายความสามารถของผู้บริหารที่ต้องทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดเวลา เพราะการทำงานด้านสารสนเทศที่เหนือกว่าจะสามารถสร้างความได้เปรียบคู่แข่งได้

ในปัจจุบันระบบสารสนเทศไม่ได้อยู่แค่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานของระบบให้ครอบคลุมการใช้งานของลูกค้า ผู้ขายวัตถุดิบ และพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะทำให้ระบบสารสนเทศมีประสิทธิภาพ เช่น การสำรองที่นั่งบนเครื่องบิน การติดต่อซื้อขายสินค้า การแลกเปลี่ยนข้อมูล เป็นต้น ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ให้เป็นประโยชน์ และตอบสนองความต้องการของทุกฝ่าย ในด้านความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และช่วยลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน

เทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจได้รับความนิยมไปยังภาครัฐและเอกชน ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลและแสดงผล การส่งผ่านข้อมูล เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้บริหารด้วย เพื่อรักษาโอกาสทางธุรกิจในการแข่งขัน ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องในกระแสเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ

ทรัพยากรสารสนเทศที่มีลักษณะความสำคัญแตกต่างกันออกไป

7

สารสนเทศคือความรู้ความคิดที่รับรู้ได้ นั่นก็คือสารสนเทศเป็นเนื้อหาสาระที่รับรู้ได้แต่ไร้ตัวตน จับต้องไม่ได้ สารสนเทศแท้ ๆ คือเนื้อหาสาระที่อยู่ในความรับรู้หรือในห้วงความคิดคำนึงซึ่งจะสูญสลายไปเมื่อใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถที่จะจำหรือระลึกได้ซึ่งก็มักจะลืมเลือนหายไปในเวลาอันรวดเร็ว มนุษยชาติจึงคิดประดิษฐ์ขีดเป็นเส้นเป็นตัวอักษรหรือวาดเป็นภาพ เพื่อเป็นสัญลักษณ์บันทึกสารสนเทศที่ตนเองมีอยู่นั้นไว้ในวัตถุหลากหลายชนิด เช่นการวาดภาพต่าง ๆ ไว้บนผนังถ้ำที่ผาแต้ม อุบลราชธานีหรือหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่สุโขทัย ต่อมาจึงมีการใช้วัตถุตามธรรมชาติหลากหลายชนิดเพื่อบันทึกสารสนเทศ เช่นดินเหนียว อิฐเผา แผ่นไม้ ใบลาน แผ่นหนังสัตว์  ผ้า ฯลฯ จนกระทั่งมีการคิดประดิษฐ์กระดาษขึ้นใช้บันทึกสารสนเทศในที่สุด วัสดุหลักที่ใช้บันทึกสารสนเทศในปัจจุบันคือกระดาษชนิดต่าง ๆ แต่นอกจากกระดาษก็ยังมีการคิดประดิษฐ์วัตถุอื่น ๆ เพื่อบันทึกสารสนเทศ เช่นฟิล์ม พลาสติก จนมาถึงยุคออนไลน์ในปัจจุบันที่บันทึกสารสนเทศไว้ในระบบคอมพิวเตอร์และการสื่อสารทางไกล รวมเรียกว่า“ทรัพยากรสารสนเทศ”

ทรัพยากรไม่ตีพิมพ์เป็นทรัพยากรสารสนเทศที่มีลักษณะสำคัญแตกต่างจากทรัพยากรตีพิมพ์โดยสิ้นเชิง กล่าวคือ มีรูปลักษณะหลากหลายทำจากเนื้อวัตถุสังเคราะห์อันได้แก่พลาสติกชนิดต่าง ๆ บันทึกสารสนเทศเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆทั้งตัวอักษร เส้น สี แสง เป็นได้ทั้งภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ และอาจมีเสียงเป็นสื่อสารสนเทศด้วย การรับรู้สารสนเทศก็มักจะไม่สามารถทำได้โดยตรงและง่าย ๆ จากทรัพยากรนั้น แต่จะต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์เฉพาะทรัพยากรชนิดนั้น ๆ เพื่อรับรู้สารสนเทศตามต้องการตลอดจนอาจเป็นทรัพยากรสารสนเทศของจริง ของจำลองฐานข้อมูลออนไลน์ เป็นสารสนเทศที่รับรู้ได้ในระยะไกล ตรงตามเวลาจริง กล่าวคือสามารถสืบค้นและเรียกใช้สารสนเทศได้ทั่วโลกโดยทันทีที่เชื่อม กันได้ในระบบคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันระบบที่ใช้กันอยู่จนเป็นชีวิตประจำวันก็คืออินเทอร์เน็ต (Internet) นั่นเอง กราฟิค ได้แก่ภาพ แผนภูมิ แผนที่ ซึ่งมัก จะทำด้วยกระดาษ แต่สื่อสารสนเทศด้วยเส้น สี สัญลักษณ์ต่าง ๆ อาจมีตัวอักษรแต่ก็เป็นเพียงส่วนประกอบของกราฟิคชิ้นนั้น และใช้วิธีอ่านหรือดูโดยตรงที่กราฟิคนั้น ๆ เพื่อรับรู้สารสนเทศสิ่งโปร่งแสง ได้แก่ภาพนิ่ง ภาพเลื่อนและแผ่นใส ซึ่งทำด้วยพลาสติกเป็นฟิล์มม้วนหรือฟิล์มแผ่น และสื่อสารสนเทศด้วยภาพ แสง สี ซึ่งต้องใช้เครื่องฉายเพื่อให้สามารถรับรู้สารสนเทศได้

ความรู้ทางด้านทรัพยากรสารสนเทศเพื่อประกอบธุรกิจต่างๆ

rja017

ทรัพยากรตีพิมพ์เป็นทรัพยากรสารสนเทศที่มีลักษณะสำคัญคือ เป็นแผ่นหรือรูปเล่มที่มักจะทำจากกระดาษ บันทึกสารสนเทศเป็นตัวอักษรเป็นส่วนใหญ่ และอ่านหรือรับรู้สารสนเทศได้โดยตรงและง่าย ๆ จากทรัพยากรนั้น จำแนกได้ดังนี้
หนังสือคือสิ่งพิมพ์เป็นรูปเล่มบันทึกสารสนเทศเป็นเรื่องราวที่ศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือคิดสร้างสรรค์ จนได้เนื้อหาละเอียดกว้างขวางลึกซึ้งต่อเนื่อง อาจแบ่งเนื้อหาเป็นตอน เป็นบท เป็นเล่ม เป็นชุด โดยจะทำขึ้นเมื่อใดก็ได้ตามแต่ความต้องการของผู้จัดทำหนังสือวิชาการได้แก่หนังสือสารคดี ตำรา แบบเรียน วิทยานิพนธ์ เป็นต้น ใช้อ่านเพื่อศึกษาเรียนรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ หนังสือเริงรมย์ ได้แก่ นวนิยาย รวมเรื่องสั้น เป็นต้น ใช้อ่านเพื่อความเพลิดเพลินบันเทิงใจหรือจรรโลงใจเป็นสำคัญ หรืออ่านเพื่อศึกษาเรียนรู้ในบางสาขาวิชาก็ได้ วารสาร คือสิ่งพิมพ์เป็นรูปเล่มที่รวมสารสนเทศของผู้เขียนหลายๆ คนหรือรวมสารสนเทศหลาย ๆ เนื้อหาที่ละเอียดชี้เฉพาะจุดเฉพาะประเด็น แล้วจัดทำขึ้นตามวันเวลาหรือวาระที่กำหนดเป็นประจำ เช่นทุกสัปดาห์ ทุกสองสัปดาห์หรือรายปักษ์ ทุกเดือน ทุกสองเดือน ทุกสามเดือน ทุกสี่เดือน ทุกหกเดือน เป็นต้น

วารสารวิชาการ ได้แก่วารสารที่มีเนื้อหาสาระ เป็นวิชาการด้านต่าง ๆ ใช้อ่านเพื่อศึกษาเรียนรู้ในสาขาวิชานั้น ๆ วารสารเริงรมย์ (Magazine) ได้แก่วารสารที่มีเนื้อหาสาระ เป็นเรื่องเริงรมย์ ใช้อ่านเพื่อความเพลิดเพลินบันเทิงใจหรือเพื่อจรรโลงใจ หรืออ่านเพื่อศึกษา เรียนรู้ในบางสาขาวิชาก็ได้ วารสารเริงรมย์ผสมวิชาการ เป็นวารสารที่มีเนื้อหาสาระผสม คละกันไปทั้งวิชาการและเริงรมย์ โดยอาจมีเนื้อหาวิชาการเป็นสำคัญหรือเป็นหลักเป็นส่วนใหญ่ แล้วมีเรื่องเริงรมย์ประกอบซึ่งมักจะเป็นแง่คิดมุมมองสนุก ๆ อ่านเพลิน ๆ ได้ประโยชน์เพิ่มเติม จากเนื้อหาวิชาการที่มีอยู่แล้วในวารสารเล่มนั้น ในทางกลับกันก็อาจเป็นวารสารที่มีเนื้อหาเริงรมย์เป็นส่วนใหญ่แล้วมีเรื่องวิชาการประกอบ ซึ่งก็มักจะเป็นเกร็ดวิชาการที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน หนังสือพิมพ์ เป็นสิ่งพิมพ์ที่ออกเผยแพร่ทุกวัน แต่ก็อาจมีวาระการออกเผยแพร่ทุกสอง สาม สี่ ห้า หกวัน หรือเป็นรายสัปดาห์ หรือวาระอื่นใด ตามแต่ผู้จัดทำจะกำหนดไว้ ทั้งนี้โดยวัตถุประสงค์หลักก็คือเพื่อเผยแพร่ข่าวความเปลี่ยนแปลง ความเป็นไปในสังคมนั้น ๆ ให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด หนังสือพิมพ์ในปัจจุบัน นอกจากจะเสนอข่าวเป็นสำคัญเป็นหลักหรือเป็นส่วนใหญ่แล้ว ก็ยังมีเนื้อหาคอลัมน์ข่าวเชิงวิจารณ์ เสนอความคิดชี้ชวนโต้แย้งหรือวิธีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนเนื้อหาอื่น ๆ อย่างหลากหลายกว้างขวางทั้งด้านวิชาการและเรื่องเริงรมย์ซึ่งมักจะเป็นเกร็ดเป็นตอนสั้น ๆ

ทรัพยากรสารสนเทศช่วยให้ธุรกิจในเรื่องของการตัดสินใจให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันสังคมสมัยใหม่ได้เริ่มตระหนักถึงศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนรูปของระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองได้ ชัดเจนกว่าในอดีต นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศยังสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อการทำกิจกรรมและ ต่อความสัมพันธ์ของ ภาคธุรกิจทั้งใน ระดับองค์การ กลุ่ม และบุคคล เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้การดำเนินงานขององค์การสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง ตัวอย่างเช่น การเงิน และการธนาคารที่บุคคลและสถาบันการเงินสามารถกระทำธุรกรรทางการเงินระหว่างกัน แม้จะอยู่ห่างกันทางระยะทางการขนส่งวัสดุภัณฑ์ที่ สามารถ ตรวจสอบพิกัดของสิ่งของ สายการบินที่สามารถสำรองที่นั่ง ตรวจสอบความพร้อมด้านการบิน รวบรวมข้อมูลของผู้โดยสาร หรือธุรกิจขาย สินค้าทาง โทรทัศน์ ซึ่งลูกค้าสมารถสั่งซื้อผ่านเครือใยแก้ว เป็นต้น ซึ่งเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพและประเมินผลขององค์การ นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศ กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จขององค์การ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง


เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในสมัยปัจจุบัน โดยเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทั้งใน ระดับ มหภาค และจุลภาค โดยระบบสังคมใหม่เป็นสังคมที่ข้อมูลข่าวสารสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ บุคคลสามารถเข้าถึงและ นำข้อมูล มาใช้ ประโยชน์ อย่างเต็มที่ ก่อให้เกิดพัฒนาการที่รวดเร็วทางเศรษฐกิจสังคม การเมือง และเทคโนโลยี นอกจากการเปลี่ยนแปลง ในระดับมหภาคแล้ว เทคโนโลยีสารสนเทศยังช่วยเสริมประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การ ซึ่งช่วยสร้างความ สามารถใน การแข่งขันและ ศักยภาพในการ เติบโตแก่ธุรกิจ

บูรณาการของเทคโนโลยีสารสนเทศกับการดำเนินธุรกิจ
พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศสร้างความท้าทายต่อผู้บริหารในการบริหารงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะการ บูรณา การระหว่างเทคโนโลยีกับการดำเนินธุรกิจ โดยผู้บริหาร ต้องคำนึงถึงความสอดคล้องระหว่างการดำเนินธุรกิจ เทคโนโลยี และการตัดสินใจที่ต้องกระทำอย่างสอดคล้องกัน ผู้บริหารต้อง สามารถ จัดการกับเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1. กำหนดกลยุทธ์องค์การที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. กำหนดแผนงานสารสนเทศระดับองค์การและการดำเนินงาน กำหนดโครงการสร้างหน่วยงานสารสนเทศ
3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศขององค์การ เช่นอุปกรณ์ ชุดคำสั่ง ระบบสื่อสาร และจัดการข้อมูล ระบบสำนักงานอัตโนมัติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดศักยภาพและความ ยืดหยุ่นในการปรับ แต่งของงาน สาร สนเทศ ในองค์การ
4. กำหนดรายละเอียดการดำเนินงานภายในองค์การ พร้อมทั้งพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมต่อการ ประยุกต์ เทคโนโลยี สารสนเทศ ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่องค์การ

ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าข้อมูลสารสนเทศเป็นทรัพยากรที่จำเป็นอย่างยิ่ง  ผู้ใดได้ข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง รวดเร็วกว่าจะเป็นผู้ได้เปรียบ เพราะสามารถใช้สารสนเทศเหล่านั้นในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ดังนั้น ข้อมูลสารสนเทศจึงมีความสำคัญต่อการตัดสินใจดำเนินการต่าง ๆ โดยเฉพาะการวางแผนการศึกษาการทำธุรกิจและการกำหนดนโยบายต้องมีระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ

 

ระบบทรัพยากรสารสนเทศสำหรับ ธุรกิจภาคเอกชนช่วยให้ก้าวหน้า

223008
สำหรับการดำเนินงานของธุรกิจในปัจจุบันนั้นได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้สารสนเทศเพื่อการปฏิบัติการ การจัดการ และการตัดสินใจในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็คือ บ่อเกิดของการใช้สารสนเทศทางธุรกิจภายใต้ยุคโลกาภิวัตน์ ในภาวะปัจจุบันนั้นสารสนเทศได้กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานปัจจัยที่ห้า เพิ่มจากปัจจัยสี่ประการที่มนุษย์เราขาดเสียมิได้ในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสารสนเทศที่จำเป็น ในการประกอบธุรกิจ ในการค้าขาย การผลิตสินค้า และบริการ หรือการให้บริการสังคม

ทุกวันนี้ธุรกิจภาคเอกชน ทั้งที่มีขนาดใหญ่และขนาดเล็กล้วนต้องการสารสนเทศด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน ในการทำธุรกิจนั้น บริษัทและผู้บริหารต้องการสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา หากไม่มีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะต้องตัดสินใจหรือแก้ปัญหาแล้ว การตัดสินใจก็อาจจะผิดพลาดและก่อให้เกิดความเสียหายได้ ด้วยเหตุนี้เองการจัดเก็บสารสนเทศที่ถูกต้องและเหมาะสมเอาไว้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถค้นคืนมาใช้ได้เมื่อจำเป็นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการที่จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ

แม้ว่าการพัฒนาระบบสารสนเทศส่วนใหญ่จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยประกอบการทำงาน และ ช่วยในการตัดสินใจแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังมีการสร้างระบบสารสนเทศเพื่อให้บริษัทและหน่วยงานใช้สำหรับการวางแผนพัฒนาบริษัทและหน่วยงานในระยะยาว ระบบสารสนเทศแบบนี้เรียกว่า ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ บริษัทและหน่วยงานสามารถบรรลุความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ได้โดยการใช้กลยุทธ์ในการเสริมสร้างจุดแข็งให้มากที่สุด ความได้เปรียบในการแข่งขัน และ ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ในความหมายเดียวกัน กลยุทธ์ทางธุรกิจนั้นปกติหมายถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลาดใหม่ และ บริการแบบใหม่ ซึ่งรวมแล้วมีความหมายว่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้าที่ยังไม่มีใครตอบสนองมาก่อน การเปลี่ยนบริการให้รองรับลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ การผูกมัดใจลูกค้าเดิมให้ภักดีต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เรามีอยู่ หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เพิ่มคุณค่าให้แก่บริษัท

การใช้อินเทอร์เน็ตกับธุรกิจภาคเอกชน
ปัจจุบัน นโยบายของภาครัฐ มีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจภาคเอกชน สามารถทำการแข่งขันและทำการค้าได้เพิ่มขึ้น โดยมีมาตรการสนับสนุนต่างๆจากหลายๆ กระทรวงทบวงกรม หนึ่งในนั้นคือเรื่องการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ช่วยในการประกอบการค้า เทคโนโลยีสารสนเทศในที่นี้คงหนีไม่พ้นเรื่อง การใช้งานอินเทอร์เน็ตและระบบที่เกี่ยวข้อง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่รัฐบาลหมายมั่นจะให้ธุรกิจภาคเอกชนสามารถ เข้าไปใช้งานได้เพื่อเพิ่มโอกาสต่างๆให้มากขึ้น

ในส่วนของธุรกิจภาคเอกชนที่ผลิตและใช้สารสนเทศจำนวนมากนั้นผู้บริหารจะต้องรู้วิธีใช้สารสนเทศในกิจกรรมทางธุรกิจทุกด้าน ผู้บริหารจะต้องมีความเข้าใจการทำงานทุกส่วนของระบบ เพื่อที่จะได้รู้ว่าจะมีวิธีใดบ้างที่จะควบคุมคุณภาพ ต้นทุน และการใช้ทรัพยากร หากไม่มีสารสนเทศแล้ว ก็ไม่อาจจะดำเนินกิจกรรมเหล่านี้หรือตัดสินใจในด้านบริหารได้ ในทางปฏิบัติแล้วระบบสารสนเทศที่ธุรกิจสร้างขึ้นมาเพื่อการใช้งานนั้น จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นพื้นฐาน ดังนั้นผู้บริหาร ธุรกิจภาคเอกชนควรให้ความสนใจ และติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย เพื่อจะทราบทิศทาง และประโยชน์ในการประยุกต์ใช้งาน ให้เหมาะสมกับองค์กรหรือหน่วยงานต่อไป